จุดเริ่มต้นจากแรงผลักดันและอุดมการณ์ของผู้สร้างยานยนต์ออฟโรดระดับสากล
ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกนั้น มักจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการก่อตั้งและพัฒนาสายการผลิต โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อตั้งเครือเคมีภัณฑ์ชั้นนำอย่าง เซอร์ ยานยนต์ยุคใหม่ จิม แรตคลิฟฟ์
นำมาสู่การรวมตัวกันของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบโครงสร้างรถยนต์ในฝัน Ineos Grenadier เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การสร้างรถสปอร์ตหรูหราสำหรับวิ่งในเมืองใหญ่ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่มได้อย่างตรงจุด
การเดินทางเข้าสู่เส้นทางมหาโหดเพื่อพิสูจน์คำโฆษณาในระดับสากล
เหล่านักทดสอบและสื่อมวลชนชั้นนำจึงได้นำรถยนต์รุ่นนี้เข้าสู่ดินแดนหินทราย บนเส้นทางออฟโรดระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำลายช่วงล่างของรถยนต์มานักต่อนัก โดยคำถามสำคัญคือรถยนต์ที่พึ่งส่งมอบจากโชว์รูมโดยไม่มีการดัดแปลงจะผ่านไปได้หรือไม่
โครงสร้างทางเทคนิคและสถาปัตยกรรมการออกแบบตัวถังมีรายละเอียดสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวรถสามารถเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติได้อย่างราบรื่น
- ระบบต้นกำลังมาตรฐานสากล: ขุมกำลังแรงบิดสูงในรอบต่ำที่ช่วยให้การไต่เนินชันเป็นไปอย่างต่อเนื่องไร้การสะดุด
- สถาปัตยกรรมตัวถังและระบบช่วงล่าง: การใช้โครงแชสซีแบบเฟรมบันไดที่ทนทานต่อแรงบิดตัวของตัวถังในเส้นทางขรุขระ
- ปรัชญาการออกแบบซ่อมบำรุงง่าย: ชิ้นส่วนกันชนภายนอกที่แยกส่วนการเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้ทันทีเมื่อเกิดความเสียหายเฉพาะจุด
การเลือกประเภทตัวถังให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทาง
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเนินทำงานร่วมกับระบบเบรกได้อย่างเป็นธรรมชาติสูงสุด ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในการควบคุมทิศทางแม้ในมุมมองที่มองเห็นเพียงท้องฟ้าและหน้าผาหิน
ทั้งนี้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการเผยโฉมออกมาสองรูปแบบหลักเพื่อการใช้งานที่แตกต่าง รุ่นแรกคือประเภทสเตชันแวกอนที่มีฐานล้อสั้นกระชับเหมาะสำหรับการเลี้ยวในที่แคบ
แผงสวิตช์ควบคุมเหนือศีรษะสไตล์การบินและระบบอำนวยความสะดวกไร้สาย
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารจะพบกับการออกแบบแผงควบคุมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ระบบความบันเทิงยังคงรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายเพื่อความสะดวกสบาย
รวมถึงปุ่มสัญญาณเตือนเสียงเบาเพื่อความปลอดภัยสำหรับเพื่อนร่วมทางและสิ่งมีชีวิตบนเส้นทางธรรมชาติ